วินัยของพนักงานมหาวิทยาลัย
พนักงานของมหาวิทยาลัยเป็นบุคลากรที่สำคัญอีกกลุ่มหนึ่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี บุคลากรกลุ่มนี้นับวันแต่จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทดแทนข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ (หรือลาออก) มหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องมีแนวทางการบริหารงานพนักงานมหาวิทยาลัย ด้วยเหตุนี้สภามหาวิทยาลัยจึงได้ออกข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ว่าด้วย หลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคล วินัยและรักษาวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์และร้องทุกข์ และการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๒ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๒ เป็นต้นไป มีความสำคัญที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและวินัยของพนักงานมหาวิทยาลัย ดังนี้
๑. คณะกรรมการบริหารงานบุคคลสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยและคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย
คณะกรรมการบริหารงานบุคคลสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย เรียกโดยย่อว่า ก.บ.ม. และคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัย เรียกโดยย่อว่า ก.ร.อ. ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวนี้จะเป็นคณะกรรมการชุดเดียวกันกับของข้าราชการในมหาวิทยาลัย โดยอนุโลม กล่าวคือ ก.บ.ม.ของข้าราชการในมหาวิทยาลัยจะเป็นชุดเดียวกับ ก.บ.ม.ของพนักงานมหาวิทยาลัย และ ก.ร.อ.ของข้าราชการในมหาวิทยาลัยจะเป็นชุดเดียวกับ ก.ร.อ.ของพนักงานมหาวิทยาลัย
๒. การกำหนดตำแหน่ง การบรรจุและแต่งตั้ง
๒.๑ การทดลองปฏิบัติงาน
พนักงานมหาวิทยาลัยทุกคนจะต้องทดลองปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า ๖ เดือน ในระหว่างระยะทดลองปฏิบัติงานหากไม่ผ่านการประเมิน มหาวิทยาลัยอาจพิจารณายกเลิกการจ้างได้ตามความเหมาะสม
- 2 -
๒.๒ อายุสัญญาจ้าง
๒.๒.๑ อายุสัญญาจ้างพนักงานทุกคนจะมี ๕ ระยะ ดังนี้
(๑) ระยะที่หนึ่ง มีอายุสัญญาจ้างหนึ่งปี
(๒) ระยะที่สอง มีอายุจ้างสามปี
(๓) ระยะที่สาม มีอายุจ้างห้าปี
(๔) ระยะที่สี่ มีอายุจ้างเก้าปี
(๕) ระยะที่ห้า มีอายุจ้างจนวันสิ้นปีงบประมาณที่พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้น
มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์
๒.๒.๒ พนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการและสายสนับสนุนที่มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ ให้ถือว่าการจ้างจะสิ้นสุดลงในวันสิ้นปีงบประมาณที่พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์แม้ว่าระยะเวลาสัญญาจ้างจะยังเหลืออยู่ก็ตาม ทั้งนี้หากมีความจำเป็น ก.บ.ม. โดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยอาจพิจารณาให้ต่อสัญญาจ้างอีกได้ ครั้งละไม่เกินหนึ่งปีจนถึงวันสิ้นปีงบประมาณที่พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นมีอายุครบหกสิบห้าปีบริบูรณ์
๒.๒.๓ การต่อสัญญาจ้างในแต่ละระยะของการจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย สายสนับสนุน นอกจากจะพิจารณาจากผลการประเมินประจำปีแล้ว จะต้องมีผลงานตามที่แต่ละหน่วยงานจะกำหนดขึ้นในประกาศมหาวิทยาลัย
๒.๒.๔ การต่อสัญญาจ้างในแต่ละระยะของการจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการ นอกจากจะพิจารณาจากผลการประเมินประจำปีแล้ว จะต้องมีผลงานทางวิชาการเพิ่มเติม ดังนี้
(๑) การจ้างระยะที่สอง ต้องมีเอกสารประกอบการสอนหรืองานวิจัยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานไม่น้อยกว่าหนึ่งเล่ม หรือผลงานอื่นที่เป็นไปตามมาตรฐานของ ส.ก.อ.
(๒) การจ้างระยะที่สาม ต้องมีเอกสารประกอบการสอนและงานวิจัยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานไม่น้อยกว่าอย่างละหนึ่งเล่ม หรือมีอย่างใดอย่างหนึ่งไม่น้อยกว่าสองเล่ม หรือผลงานอื่นที่เป็นไปตามมาตรฐานของ ส.ก.อ.
(๓) การจ้างระยะที่สี่ ต้องมีตำแหน่งทางวิชาการเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์
(๔) การจ้างระยะที่ห้า ต้องมีตำแหน่งทางวิชาการเป็นรองศาสตราจารย์
๓. วินัย และการรักษาวินัย
วินัยของพนักงานมหาวิทยาลัย มีดังนี้
๓.๑ โทษทางวินัยมี ๔ สถาน คือ
(๑) ภาคทัณฑ์
(๒) ตัดเงินเดือน
(๓) ลดขั้นเงินเดือน
(๔) ปลดออก
- 3 -
๓.๒ ให้นำเรื่องวินัยและการรักษาวินัยที่ใช้บังคับกับข้าราชการในมหาวิทยาลัยมาใช้บังคับกับพนักงานมหาวิทยาลัยโดยอนุโลม ดังนี้
๓.๒.๑ ข้าราชการในมหาวิทยาลัยต้องรักษาวินัยและจรรยาบรรณตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัด
๓.๒.๒ ข้าราชการในมหาวิทยาลัยต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ
๓.๒.๓ ข้าราชการในมหาวิทยาลัยต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ เที่ยงธรรม ขยันหมั่นเพียร และดูแลเอาใจใส่รักษาประโยชน์ของทางราชการ
ห้ามมิให้อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจหน้าที่ราชการของตนไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อมหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น
การปฏิบัติหรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการและเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ข้าราชการในมหาวิทยาลัยต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผนของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของทางราชการ
การปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของทางราชการ หรือขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
๓.๒.๔ ข้าราชการในมหาวิทยาลัยต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้ง ถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย
การรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
๓.๒.๕ ข้าราชการในมหาวิทยาลัยต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีความสุภาพเรียบร้อย วางตนให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย อุทิศเวลาให้กับทางราชการอย่างเต็มที่ รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลในการปฏิบัติหน้าที่ราชการระหว่างผู้ร่วมปฏิบัติราชการด้วยกัน
การกลั่นแกล้ง การดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ ข่มเหง ผู้ร่วมปฏิบัติราชการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือประชาชนอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
๓.๒.๖ ข้าราชการในมหาวิทยาลัยต้องไม่กระทำการ หรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาประโยชน์อันอาจทำให้เสื่อมเสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน การกระทำดังกล่าวให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัย
- 4 -
๓.๒.๗ ข้าราชการในมหาวิทยาลัยต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการหรือดำรงตำแหน่งอื่น ที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้น ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท เว้นแต่เป็นการปฏิบัติราชการหรือได้รับมอบหมายจากอธิการบดี
๓.๒.๘ ข้าราชการในมหาวิทยาลัยต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
การกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
๓.๒.๙ ข้าราชการในมหาวิทยาลัยต้องปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
ในการกำหนดจรรยาบรรณตามวรรคหนึ่ง ให้สภามหาวิทยาลัยรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของข้าราชการในมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
จรรยาบรรณที่กำหนดขึ้น จะกำหนดว่าการประพฤติผิดจรรยาบรรณในเรื่องใดเป็นความผิดวินัยหรือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงด้วยก็ได้
๓.๒.๑๐ ข้าราชการในมหาวิทยาลัยผู้ใดประพฤติผิดจรรยาบรรณที่เป็นความผิดวินัยหรือผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ดำเนินการทางวินัยตามข้อบังคับนี้ ถ้าการประพฤติผิดจรรยาบรรณนั้นไม่เป็นความผิดวินัย ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการว่ากล่าวตักเตือน สั่งให้ดำเนินการให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด หรือทำทัณฑ์บน
ข้าราชการในมหาวิทยาลัยผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำตักเตือน ดำเนินการให้ถูกต้องหรือฝ่าฝืนทัณฑ์บน ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัย
หลักเกณฑ์และวิธีการในการตักเตือน การมีคำสั่ง หรือการทำทัณฑ์บนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการตักเตือน การมีคำสั่งหรือการทำทัณฑ์บน
๓.๒.๑๑ เมื่อปรากฏว่ามีมูลที่ควรกล่าวหาว่าข้าราชการในมหาวิทยาลัยผู้ใดกระทำผิดวินัย ผู้บังคับบัญชาผู้ใดละเลยไม่ดำเนินการทางวินัยตามความในหมวด ๖ ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย
ผู้บังคับบัญชาผู้ใดกลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาในการกล่าวหาหรือดำเนินการทางวินัย ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชาผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
๓.๒.๑๒ การลงโทษข้าราชการในมหาวิทยาลัยให้ทำเป็นคำสั่ง ผู้สั่งลงโทษต้องสั่งลงโทษให้เหมาะสมกับความผิดและต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรมและโดยปราศจากอคติ ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามข้อใด
ขอให้พนักงานมหาวิทยาลัยทุกคนได้ศึกษาในเรื่องวินัยของพนักงานมหาวิทยาลัยดังกล่าวให้เข้าใจอย่างแท้จริงจะได้ไม่ปฏิบัติผิดวินัย นอกจากนี้ทุกคนจะต้องร่วมมือกันรักษาวินัยนี้ไว้เพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมภาคภูมิ เป็นเกียรติยศทั้งแก่ตนเองและวงศ์ตระกูลสืบไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทั่วไป6 ส.ค. 2569
มรภ.รำไพพรรณี ประชุมเตรียมลงนาม MOU สถาบันพระปกเกล้า

ทั่วไป24 ส.ค. 2569
ประกาศสำนักทรัพย์สินและรายได้ เรื่อง ประกาศผลผู้ชนะการประมูลหาผู้บริหารจัดการพื้นที่จำหน่ายดอกไม้และของที่ระลึก ในการซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2567

ทั่วไป21 ส.ค. 2569
