จังหวัดจันทบุรี พร้อมกับสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆหลายหน่วยงานในจังหวัดจันทบุรี จัดงานวันยางพาราแห่งชาติและวัน 100 ปี ยางพาราเบิกฟ้าตะวันออกขึ้นในช่วงวันที่ 10-11 เมษายน 2551 โดยมีเหตุผลหลายประการ ดังนี้
1. รายได้จากยางพาราปีละกว่า 5,000 ล้านบาท นับได้ว่าเป็นภาคเกษตรกรรมที่ทำรายได้ให้จังหวัดจันทบุรีสูงที่สุด
2. เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและระลึกถึงหลวงราชไมตรี (ปูม ปุณศรี) ที่นำยางพารามาปลูกเป็นท่านแรกของจังหวัดจันทบุรี
3. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี ที่มีต้นยางใหญ่และอายุมากที่สุดในประเทศไทย
ซึ่งจากการที่ ผศ.ดร.วิสิฏฐ์ กิจปรีชา อธิการบดี รศ.ดร.พิชัย สราญรมย์ ผู้ช่วยอธิการบดี และ อ.ชนินทร์ ชวนศรีไพบูลย์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี เข้าร่วมประชุมดังกล่าว ที่ประชุมมีมติจัดสรรเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท ให้กับทางวิทยาลัยนาฏศิลป์ จัดการแสดงแสงสีเสียง ในวันที่ 10 เมษายน 2551 ณ บริเวณพระตำหนักเทา ซึ่งประกอบด้วย 4 ขบวนหลัก กับ 4 องค์ คือ
ขบวนที่ 1 คำขวัญประจำจังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วย 4 ขบวนย่อย คือ น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี
ขบวนที่ 2 ประเพณีเมืองจันทบุรี เช่น ชักคะเย่อ...................เท่งตุ๊ก
ขบวนที่ 3 ชาติพันธ์บูรพา ประกอบด้วย ไทย ขอม ลาว ญวนและจีน
ขบวนที่ 4 ปวงประชาชนน้อมสักการะสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
หลังจากนั้นจะเป็นการแสดงแสงสีเสีย
องค์ที่ 1 อาศิรวาท สดุดี พระเจ้าตากสินมหาราช
องค์ที่ 2 วีรกรรมกู้ชาติ
องค์ที่ 3 คุโณปการต่อเกษตรกรชาวสวนยาง โดยพระยารัฐานุประดิษฐ์
องค์ที่ 4 ยางพาราเบิกฟ้าตะวันออก
การแสดงจะดำเนินการจากลานข้างอาคารเรือนธารรินไปสู่พระตำหนักเทา โดยจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็นประธานในพิธี ดังนั้นจะมีการซ้อมใหญ่ในวันที่ 9 เมษายน 2551 สำหรับผู้สื่อข่าว แต่ไม่มีขบวน ซึ่งการแสดงที่สมบูรณ์จะมีขึ้นในวันที่ 10 เมษายน 2551 ศกนี้
1. รายได้จากยางพาราปีละกว่า 5,000 ล้านบาท นับได้ว่าเป็นภาคเกษตรกรรมที่ทำรายได้ให้จังหวัดจันทบุรีสูงที่สุด
2. เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและระลึกถึงหลวงราชไมตรี (ปูม ปุณศรี) ที่นำยางพารามาปลูกเป็นท่านแรกของจังหวัดจันทบุรี
3. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี ที่มีต้นยางใหญ่และอายุมากที่สุดในประเทศไทย
ซึ่งจากการที่ ผศ.ดร.วิสิฏฐ์ กิจปรีชา อธิการบดี รศ.ดร.พิชัย สราญรมย์ ผู้ช่วยอธิการบดี และ อ.ชนินทร์ ชวนศรีไพบูลย์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี เข้าร่วมประชุมดังกล่าว ที่ประชุมมีมติจัดสรรเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท ให้กับทางวิทยาลัยนาฏศิลป์ จัดการแสดงแสงสีเสียง ในวันที่ 10 เมษายน 2551 ณ บริเวณพระตำหนักเทา ซึ่งประกอบด้วย 4 ขบวนหลัก กับ 4 องค์ คือ
ขบวนที่ 1 คำขวัญประจำจังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วย 4 ขบวนย่อย คือ น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี
ขบวนที่ 2 ประเพณีเมืองจันทบุรี เช่น ชักคะเย่อ...................เท่งตุ๊ก
ขบวนที่ 3 ชาติพันธ์บูรพา ประกอบด้วย ไทย ขอม ลาว ญวนและจีน
ขบวนที่ 4 ปวงประชาชนน้อมสักการะสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
หลังจากนั้นจะเป็นการแสดงแสงสีเสีย
องค์ที่ 1 อาศิรวาท สดุดี พระเจ้าตากสินมหาราช
องค์ที่ 2 วีรกรรมกู้ชาติ
องค์ที่ 3 คุโณปการต่อเกษตรกรชาวสวนยาง โดยพระยารัฐานุประดิษฐ์
องค์ที่ 4 ยางพาราเบิกฟ้าตะวันออก
การแสดงจะดำเนินการจากลานข้างอาคารเรือนธารรินไปสู่พระตำหนักเทา โดยจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็นประธานในพิธี ดังนั้นจะมีการซ้อมใหญ่ในวันที่ 9 เมษายน 2551 สำหรับผู้สื่อข่าว แต่ไม่มีขบวน ซึ่งการแสดงที่สมบูรณ์จะมีขึ้นในวันที่ 10 เมษายน 2551 ศกนี้



